การสร้างความปรองดองในครอบครัวของลูกล่าม

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99ปัญหาอันดับหนึ่งของครอบครัวก็คือการไม่ปรองดอง ความแตกแยกในครอบครัวเป็นความทุกข์อย่างมาก ทั้งของผู้มีครอบครัวเอง ทั้งของลูกหลาน ทั้งของญาติพี่น้อง แต่ความปรองดองกันไม่ทะเลาะวิวาทกัน เห็นอกเห็นใจกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งสําคัญในครอบครัว ถ้าคนในครอบครัวมีความสมานสามัคคีกันดี ก็พอต่อสู้ปัญหาอื่นได้ เหมือนคนที่มีร่างกายแข็งแรงกําลังวังชาดีแม้จะมีภาระหนักก็พอเข็นไปได้ แต่ตรงกันข้าม ถ้าร่างกายไม่ดี กําลังวังชาไม่ดี แม้มีของเล็กน้อยก็เป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีกําลัง หลักทางรัฐศาสตร์ได้บอกเราว่า ครอบครัวเป็นรากฐานสําคัญของสังคมและของรัฐ ถ้าครอบครัวไม่ดี เปรียบเหมือนต้นไม้ที่รากเน่า ลองนึกภาพดูว่าต้นไม้ที่รากเน่า แม้จะรดน้ำต้นไม้สักเท่าไหร่ บํารุงมันสักเท่าไหร่ อย่างไร รากมันเน่าเสียแล้ว ถ้าแก้ไขที่รากไม่ได้ก็หมดหวัง ที่จะให้ต้นไม้ ต้นนั้นเจริญเติบโตต่อไปได้ มีแต่ตายกับตายอย่างเดียว” (วศิน อินทสระ. ม.ป.ป. : เว็ปไซต์)

การกระทบกระทั่งกัน การไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ทําให้เกิดการไม่ยอมรับจนเกิดปัญหาการขัดแย้งกันขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าหากคู่สามี-ภรรยายอมและยอมรับซึ่งกันและกัน ทางที่ดีคู่สมรสจะต้องเกรงใจกัน ถนอมน้ำใจกัน เสียสละให้แก่กันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ก็จะทําให้เกิดความราบรื่น สงบสุขในครอบครัว ถ้าเหตุการณ์ในครอบครัวไม่เป็นไปตามที่คาดหมายของคนรอบข้าง จึงจําเป็นต้องมีบุคคลที่เป็นกลางมาทําหน้าที่ไกล่เกลี่ย เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น พ่อล่าม ต้องทําหน้าที่เป็นตุลาการที่มีอํานาจในการตัดสินคดีความที่เกิดขึ้นระหว่างสามีภรรยาให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรมตามหน้าที่ ในเรื่องปัญหาของครอบครัวที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องกระทบทั่งกันเล็กน้อยเหมือนลิ้นกับฟันเพราะด้วยความที่ทั้งคู่ยังใหม่การศึกษาเรียนรู้ดูใจกันนั้นอาจจะยังไม่ทะลุปรุโปร่ง บางครั้งอาจจะมีการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน (ในกรณีคู่สามีที่เพิ่งแต่งงานกัน) ทําให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งขึ้นเสียงเถียงกันตามประสา เหตุการณ์เหล่านี้พ่อล่ามต้องเข้าไปสอบถามหาสาเหตุแห่งปัญหาเมื่อทราบแล้วก็จะหาวิธีการไกล่เกลี่ยเพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันขึ้นและให้เหตุผลที่ไม่เข้าข้างคนใดคนหนึ่ง นอกจากนั้นพ่อล่ามจําเป็นต้องหยั่งเสียงหรือโดยหินถามทางถึงความปรองดองที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นความปรองดองเพียงชั่วคราวหรือถาวร ต้องหมั่นสังเกตว่าปัญหาระหองระแหงนั้นจะปะทุขึ้นอุกเมื่อใดตามปกติทั่วไป จะพบว่าสาเหตุพ่อล่ามต้องแสดงบทบาทหน้าที่ตุลาการศาลตัดสินคดีความเล็ก ๆ น้อยเช่นนี้นั้นปัญหาที่เกิดขึ้นทําให้ครอบครัวอยู่กันอย่างไม่สงบสุข มีเรื่องราวที่เดือดเนื้อร้อนใจนั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากผู้เป็นสามีหรือลูกล่ามนั่นเอง ซึ่งอาจเกิดมาจากการคบเพื่อนฝูงจนลืมไปว่าตนเองนั้นได้แต่งงานมีเหย้ามีเรือนมีภรรยา (บางคนอาจเพิ่งมีลูกตัวเล็ก ๆ) ที่คอยอยู่บ้านเพียงคนเดียว (เพิ่งแยกเรือนออกมาอยู่กันเพียงลําพังนั่นเอง) ซึ่งความว้าเหว่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะผู้หญิงชาวผู้ไทส่วนใหญ่มักจะทําหน้าที่เป็นภรรยา หรือแม่บ้านที่ดีต้องประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ใน “ฮีต” ใน “ครอง” ของวัฒนธรรมประเพณีชาวผู้ไทนั่นเอง แต่สามีบางคนอาจจะไม่เคร่งครัดในวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนมากเท่าไหร่ อาจเนื่องมาจากที่ตนเองเข้ามาอยู่อาศัยในชุมชนนี้ใหม่ ๆ ยังเรียนรู้วัฒนธรรมวิถีการดําเนินชีวิตของชุมชนไม่ถ่องแท้ เขยใหม่บางคนอาจไม่ซาบซึ้ง เข้าถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนที่ตนเองเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่นั้น

แสดงความคิดเห็นจากเฟสบุค

แสดงความคิดเห็นจากระบบสมาชิก

อีเมล์ของคุณจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ให้ป้อนทุกช่องที่มีเครื่องหมาย *